ประเภทของผีญี่ปุ่นที่หลายคนไม่เคยได้ศีกษา !

| | 0 ความคิดเห็น |
"ผี" ในนิยามของคนไทยนั้นอาจจะเป็นในลักษณะของ คนลอยได้,ข้าวของหล่นเองได้,หมอกกลุ่มควัน,และเห็นจะๆ  แต่ที่ญี่ปุ่นนั้นจะเรียกสิ่งที่เหนือธรรมชาตินี้อยู่ 3 ประเภท (ไม่ได้เรียกว่าผีเฉยๆ) มันมีอะไรบ้างเตรียมดินสอปากกาขึ้นมาจดกันได้เลยครับ



ประเภทที่ 1 



โอบะเกะ Obage [ お化け] เป็นผีที่สิงสัตว์สิ่งของ มีรูปร่างเป็นไอหมอกควันสีดำ ผีพวกนี้สำหรับแอดไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่นักส่วนใหญ่จะเป็นผีน่ารักๆแต่ก็มีแบบที่โหดร้ายเช่นกัน เช่น ผีร่ม ผีล้อเกวียน ผีโคมไฟโอคิคุ เป็นต้น


ประเภทที่ 2



โยวไค youkai [ 妖怪 ] เปรียบเหมือนปีศาจเช่น เปรต ปอบ จิ้งจอกเก้าหาง ซึจิกุโมะ (แมงมุมดิน) โชกิ (ยักษ์เล็ก) ปีศาจพวกนี้มีทั้งโหดและไม่โหด แต่ส่วนมากจะโหดทั้งนั้นแหละ


ประเภทที่ 3





ยูเร yurea [ 幽霊 ] เป็นผีประเภทตายโหง ตายโดยไม่รู้ตัว และตายโดยมีจิตที่อาฆาตแค้น ส่วนใหญ่เป็นผีผู้หญิง ที่อ่านมาทั้งหมด 2 ประเภทด้านบนถือว่าเด็กมากเพราะไม่มีอะไรเทียบผีประเภทนี้ได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น คุชิซาเกะอนนะ (ผีสาวปากฉีก) เทเคะเทเคะ (ผีครึ่งตัว) ผีประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเน้นฆ่าและก็ฆ่า! เพราะยังมีแรงอาฆาตแค้นฝังลึก ถือว่าเป็นผีประเภทที่น่ากลัวมากๆ




เป็นอย่างไรบ้างครับกับบทเรียนนี้ ติวเตอร์พยายามสรุปออกมาให้เรียนรู้ง่ายที่สุดเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น สำหรับบทความนี้ก็ไว้เพียงเท่านี้ก่อนเจอกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ

จาก ติวเตอร์ซัน

7 เรื่องลึกลับแห่งเอโดะฮอนโจ เรื่องเล่าเหนือธรรมชาติที่หาศึกษาได้ยากจากญี่ปุ่น !

| | 0 ความคิดเห็น |

สวัสดีนักเรียนผู้รักเรื่องผีทุกคน นวันนี้ติวเตอร์ซันจะมาแบ่งปันความรู้ที่หาได้ยากของญี่ปุ่นซึ่งต้องบอกเลยว่าญี่ปุ่นนั้นมีเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเป็นร้อยๆเรื่อง ตอนนี้เรายกมาเพียงแค่ 7 เรื่องเท่านั้นติวเตอร์ของเรียกบทเรียนนี้ว่า 

"7 เรื่องลึกลับแห่งเอโดะฮอนโจ" 

ถ้านักเรียนพร้อมแล้วเตรียมปากกาดินสอขึ้นมาจดได้เลย




เรื่องที่ 1

อานาริ นาชิ โซบะ (ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งความมืด



 มีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่งในสมัยนั้น (ที่ญี่ปุ่นจะเรียกโซบะ) ต่างจากร้านอื่นตรงที่ไม่มีไฟติดหน้าร้าน คนที่กลับมาจากทำงานดึกๆก็ต้องกินก๋วยเตี๋ยวในสภาพร้านที่มืดมิด เพราะร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้มันมีคำสาปอาถรรพ์อยู่ 

จากการเล่าบอกต่อกันมาเรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนใต้ของตำบลซุมิดะ โตเกียว มีร้านก๋วยเตี๋ยวหนึ่งตั้งอยู่แถวคลองทางใต้ของฮนโจะ หน้าร้านมีโคมกระดาษเขียนว่า "ร้านยี่สิบแปดก๋วยเตี๋ยวเส้นโซบะและอูด้ง"

มีชายคนหนึ่งเดินทะเล่อทะล่าเข้าหน้าร้าน ก็จะพบว่าในร้านนั้นไม่มีคนเลย แต่บรรยากาศรอบตัวมันมืดมากจึงตัดสินใจจุดไฟที่โคมหน้าร้าน ทว่าเขาตกอยู่ในอำนาจของปีศาจไปแล้ว เพราะใครก็ตามที่จุดโคมไฟนี้จะต้องเจอกับสิ่งเลวร้ายเช่น บ้านไฟไหม้ คนตาย คนในครอบครัวฆ่ากันเอง
เรื่องที่กล่าวมาเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
ว่ากันว่าถ้าเราจุดโคมนี้แล้วมันจะดับทันทีพร้อมกับโดนคำสาปติดตัวไป ตำนานพวกนี้มันไร้เหตุผลและไม่มีใครคลายข้อสงสัยได้เลย สรุปว่าเราควรปล่อยมันไปจะดีกว่าทุกๆวันนี้ก็มีไฟเปิดสวิตซ์อยู่แล้ว คงไม่ต้องไปจุดที่ไหนแล้วเนอะ



เรื่องที่ 2

อะชิอาไร ยาซิกิ (บ้านล้างตีน)



นานมาแล้วมีซามูไรนาม ซะเซะโคมิยามะ ได้ช่วยทานุกิตัวหนึ่งที่กำลังโดนรุมทำร้าย ก่อนจากกันทานุกิก็บอกกับซามูไรเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจว่า "ระวังดีออกไกล้ตัวให้ดีนะจ้ะ" แต่ซามูไรนี่ก็ไม่รู้ว่าดีออกไกล้ตัวนั้นเป็นใคร จริงๆแล้วที่บ้านที่เขาอาศัยอยู่มีสาวใช้คนหนึ่งกำลังวางแผนกับสามีเพื่อที่จะฆ่าเจ้าของบ้านเพื่อที่จะยึดสมบัติเสียเอง

คำเตือนมันกลับเป็นเรื่องจริง! วันนั้นเองเขาก็ถูกฆ่าตายในขณะที่ลูกชายออกไปแรดข้างนอกบ้านนั่นเอง อีกลับมาก็เอ๋อแดกไปเลยใครมาฆ่าพ่อข้าาา! จากนั้นแรคคูนทานูกิยอดกตัญญูนั้นก็มาบอกว่าตนนั้นเคย ูกพ่อสูเจ้าช่วยเอาไว้ ส่วนคนที่ฆ่าบิดาเจ้านั้นคือสาวใช้นามโอทามะและสามีเก็นจิโร่ จากนั้นแม้ลูกชายของซามูไรที่ยังแกว่งดาบไม่ถนัดก็สามารถบำบัดแค้นให้ผู้พ่อได้ด้วยความช่วยเหลือของทานุกิคุงนั่นเองเพราะทานุกิได้แปลงร่างเป็นซามูไรที่เคยถูกฆ่าตายที่ร่างโชคเลือด ทำให้ซาบุโร่และภรรยาตกใจกลัวจนพลาดท่าไปโดนลูกชายของซามูไรฆ่าชำระหนี้แค้นสำเร็จ 

ตั้งแต่นั้นมา หลังจากเหตุการณ์สยองขวัญนั้นก็จะมีเท้ายักษ์โชกเลือดยื่นลงมาจากเพดานบ้านนั้นพร้อมกับเสียงแผดกังวานบอกว่า "ล้างตีนซะ" และหากนำน้ำมาล้างให้ เท้านั้นก็จะชักกลับหายขึ้นไปบนเพดานแล้วได้ใจยื่นเท้าซ้ายลงมาให้ล้างอีกรอบ

ห่า ไม่มีเหตุผลอีกและ - -" (มันเกี่ยวไรกะล้างตีนฟร่ะ!)


เรื่องที่ 3

โออิเตเกะโบริ (เอาคืนมา)


เรื่องนี้ถือว่าโด่งดังที่สุดในเรื่องลึกลับทั้ง 7 เรื่องมีอยู่ว่ามีชายคนหนึ่งไปตกปลาพอได้มาสมใจแล้วก็เดินกลับบ้าน ระหว่างกับก็มีเสียงปริศนาพูดขึ้นมาว่า "เอาคืนมาซะ!" พอชายคนนั้นตกใจก็เลยรีบเดินกลับบ้านไป แต่พอถึงบ้านเท่านั้นแหละ ปลาที่เคยจับได้หายเลี้ยง! 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าคล้ายในอำเภอคาวาโงเอะ จังหวัดไซตามะบ้านเกิดชินจังด้วยเจอเหตุการแบบนี้เหมือนกันเป๊ะ 
เรื่องเหล่านี้ส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับปลา หลายคนบอกว่าน่าจะเป็นการอวตารของตัวนาก แต่บางคนก็เห็นเป็นรูปร่างของผู้หญิงด้วย

ไม่มีเหตุผลอีกแล้ว



เรื่องที่ 4

โอคูริ โชชิน (โคมไฟนำทาง)


เรื่องมีอยู่ว่าคืนวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ ซามูไรดูท่าทางจะกินเหล้าอาซากูซะ หรือโยชีวะระ เดินตุปัดตุเป๋ผ่านหน้าประตูวัดโฮโองจิ ผู้ติดตามของซามูไรมันเป็นคนที่ขี้ขลาด นึกถึงเรื่องเล่าแถวๆนี้ก็เลยเกิดกลัวขึ้นมา แต่ซามูไรไม่ได้กลัวอะไร ยังคงเดินเมาเหล้าอยู่เหมือนเดิม จู่ๆก็มีโคมไฟปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ผู้ติดตามรู้สึกใจกล้าขึ้นและจ้องมองด้านหน้าก็เห็นว่ามีหญิงแต่งกายเหมือนคนรับใช้ยืนอยู่

"จะไปไหน?"

"ไปตรงโน้นค่ะ"

ผู้หญิงคุยไปนำทางไป

"ผมต้องขอตัวที่นี่"

"ดิฉันก็ต้องขอตัวที่นี่"

พอแยกทางกันไป คนติดตามของซามูไรก็หันไปมองหลังก็ไม่เจอใครเลย หญิงสาวนั้นหายไปอย่างไร้ร่องลอย ผู้ติดตามเลยรู้ว่านั่นคือโคมไฟนำทาง จึงทำให้รู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง
(กูเจอดีเข้าให้แล้ว) 

แต่มันไม่น่ากลัวนะ เราควรขอบคุณเขามากกว่าว่าปะ?


เรื่องที่ 5

ต้นอาชิซีกเดียว






เรื่องนี้เกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวังมีหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสวยมากกกก 
(ดาราไทยปัจจุบันยังเทียบไม่ได้) มีชายหลายคนหมายปองใจของหญิงสาวแต่ก็โดนปฏิเสธเกลี้ยงแต่สำหรับชายผู้นี้แม่งหนักกว่านั้น มันเป็นคนที่อยากได้อะไรต้องได้ ถ้าไม่ได้ก็ตายห่าไปซะ! มันได้ลักพาตัวหญิงสาวไปที่สพานแห่งหนึ่งและลงมือฆ่าเธอทันทีจากนั้นก็ตัดแขนไป 1 ข้างแล้วฝังไว้ 
มีตำนานเล่าลือต่อมาว่า บริเวณที่เธอตายนั้นมีต้นไม้ชนิดหนึ่งงอกขึ้นมา
เรียกว่าต้นอาชิ ที่มีลักษณะใบลู่ไปด้านเดียวเหมือนหญิงสาวแขนขาดที่โดนตัดแขนไว้เหลือข้างเดียว ต่อมาก็ได้เปลี่ยนจากคำว่าอาชิที่แปลว่าชั่วร้ายให้กลายเป็นโยชิที่แปลว่าดีงามแทนนั่นเอง
ตำนานนี้ก็ยังไม่มีเหตุผลอยู่ดี ทำไมนางถึงกลายเป็นเมล็ดพืชไปซะได้ 555555++

เรื่องที่ 6

เสียงเคาะระวังไฟ 


ในคืนที่ฝนตกเป็นช่วงที่บรรยากาศน่าหดหู่ยิ่งนักเสียงคนคุยกันดังสนั่นของพวกชาวบ้านก็ถูกเสียงเม็ดฝนที่กระหน่ำตกลงมาจนไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากฝน ตามปกติในเอโดะ จะมียามทำหน้าที่มาตรวจตราอยู่แถวๆหมู่บ้าน คอยเคาะไม้บอกเหมือนในหนังจีนว่า "อากาศแห้งแล้ง ระวังฟืนไฟ" ซึ่งคืนนั้นบรรยากาศวังเวงจนน่ากลัว ระหว่างที่เคาะก็ได้ยินเสียงเคาะแทรกขึ้นมา ยามเลยคิดว่าเราคงกลัวจนหลอนไปเองมั้ง แต่พอเคาะไปได้ 3 ครั้ง ก๊อกๆๆ เสียงที่ 4 5 และ 6 ก็ดังตามมา ชิบผายกูไม่ได้เคาะ! ได้ยินแบบนั้นแล้วจะรอไรหละ เผ่นป่าราบสิพี่น้อง


เรื่องที่ 7


ทานุกิ บายาชิ (มโหรีทานุกิ)





เรื่องสุดท้ายนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไรมาก 
ในภาคตะวันตกของเขตชิโยดะและฮนโจะในกรุงเอโดะ จะมีเสียงตีกลองมโหรีดังสนั่นอยู่ในช่วงตอนกลางคืน สร้างความรำคาญให้กับคนนอนเป็นอย่างมาก ในสมัยนั้นเล่ากันว่าเป็นพวก ทานุกิ ออกมาตีกลองบรรเลงกันโดยใช้ท้องของตัวเองเป็นเครื่องดนตรี ที่น่าเกียจไปกว่านั้นมันยังยืดลูกกะแป๋งออกมาทำกลองเช่นกัน  มีเคสที่ดึงหนังกะแป๋งมาคลุมหัวกันฝนด้วย บางคนก็เล่าว่าการทำเสียงจากท้องของทานุกินี้เป็นการหลอกล่อมนุษย์เพื่อความสนุกสนาน อีกกลุ่มหนึ่งก็บอกว่าเป็นเสียงตรั่บ ๆ ของท้องขณะผสมพันธ์ด้วยนะ (อย่าง Here)


เป็นยังไงกันบ้างครับ 
จากที่ศึกษามาแล้วเรื่องราวส่วนใหญ่ไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ เพราะความเชื่อและเรื่องราวเหนือธรรมชาติคือเรื่องที่บอกกันมาปากต่อปาก ไม่ได้ถูกพิสููจน์มาด้วยวิทยาศาสตร์มันจึงไม่มีเหตุผลยังไงล่ะครับ  สำหรับบทความนี้ก็ไว้เพียงเท่านี้ก่อน เจอกันบทความหน้าครับ สวัสดีครับ

จาก ติวเตอร์ซัน 






5 อันดับผีญี่ปุ่นที่โหดเหี้ยมที่สุด

| | 0 ความคิดเห็น |


สวัสดีนักเรียนผู้รักเรื่องผีทุกคน นักเรียนรู้หรือไม่ว่าผีนั้นมีหลายประเภท มีทั้งดุและไม่ดุ ฆ่าคนได้และฆ่าคนไม่ได้ แต่ในวันนี้ติวเตอร์ซันจะมานำเสนอ 5 อันดับ ผีที่สามารถฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นและไร้เหตุผลสุดๆถ้านักเรียนพร้อมแล้วเตรียมดินสอยางลบขึ้นมาจดได้เลย ...



อันดับที่ 5

โคโนกิจีจี้

Cr.ภาพจาก http://teen.mthai.com/variety/72463.html

โนโคกิจีจี้ หรือ เรียกเป็นภาษาไทยว่า "เฒ่าทารก" ผีตัวนี้จะอาศัยอยู่ตามป่าภูเขาต่างๆ มันจะทำเหมือนเสียงเด็๋กร้องไห้เมื่อเห็นนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา..  เมื่อนักท่องเที่ยวเห็นมันนอนคว่ำจึงเกิดความสงสาร ปรากฏว่าภาพที่เห็นคือใบหน้าของตาเฒ่าแก่หน้าตาอัปลักษณ์ที่มีรูปร่างเหมือนเด็ก มันจะกอดตัวเหยื่อแน่นมากๆเพื่อวัดใจเหยื่อ ถ้าเหยื่อเกิดอาการกลัวในใบหน้ามันจะกอดตัวของเหยื่อแรงขึ้นจนเหยื่อกระดูกแตกและตายไปในที่สุด แต่ถ้าเหยื่อมีสติดีไม่แสดงออกว่ากลัว มันจะดีใจและให้พรเรา ไม่ว่าาจะร่ำรวยประสบความสำเร็จหรืออะไรก็ว่าไป



อันดับที่ 4

อากะมันโตะ

Cr.ภาพจาก http://board.postjung.com/685884.html

อากะมันโตะ ผีตัวนี้ครูถือว่าเป็นผีที่ไร้มารยาทที่สุดเลยก็ว่าและเป็นผีที่ทะลึ่งสุดๆและซาดิสสุดๆ ผีตัวนี้จะปรากฏตัวว่าที่ห้องน้ำหญิงที่ญี่ปุ่นเท่านั้นห้องน้ำชายไม่เข้า (ไม่รู้เพราะอะไร) เหยื่ือผู้โชคร้ายจะถูกมันตั้งคำถามและยื่นกระดาษทิชชู่สีต่างกันให้สองสี 

"คุณอยากได้สีอะไรระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน"

ถ้านักเรียนอยากได้สีแดง เขาจะหั่นนักเรียนเป็นชิ้นๆจนเลือดสีแดงไหลนองตามพื้นห้องน้ำ
ถ้านักเรียนอยากได้สีน้ำเงิน เขาจะรัดคอนักเรียนจนขาดอากาศหายใจตาย

นักเรียนอยากได้แบบไหนละถามใจนักเรียนดู ..



อันดับที่ 3

แมรี่ผู้กระหายเลือด

 Cr.ภาพจาก http://board.postjung.com/685884.html

แมรี่ผู้กระหายเลือด หรือ Bloody marry ในประวัติคือนางฆ่าตัวตายหน้ากระจกและใครก็ตามที่ได้พบกระจกแล้วอยากรู้อนาคตของตัวเองทำง่ายๆเพียงขานคำว่า Bloody marry 3 ครั้งหน้ากระจกแล้วคนนั้นจะได้พบกับนางพร้อมกับได้รู้อนาคต แต่บางตำนานเชื่อว่าจะใช้กระจกไหนก็ได้เหมือนกัน เมื่อผู้ขานเอ่ยครบ 3 ครั้งแล้วนางจะออกมาเชือดคอแล้วทำให้ผู้ขานตายคากระจกทันที

นักเรียนจะลองก็ได้นะไม่ห้าม


อันดับที่ 2

เทเค เทเค


เทเคเทเค คือผีสาวที่มีลำตัวเพียงส่วนบนเท่านั้นส่วนล่างหายไปเพราะถูกรถไฟเหยียบจนขาดไปแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวของนาง จะมีเสียง เทเค เทเค เทเค (กำลังนึกเสียงอยู่เหมือนกัน)
นางจะออกตามล่าหาเหยื่อตอนกลางคืนใครที่เจอนางแน่นอนไม่มีใครหนีพ้นหนีก็ตายไม่หนีก็ยังพอมีทางรอดเพียง 10%  เพราะเธอจะถามเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายว่าขาของฉันอยู่ที่ไหน?  หากตอบผิดเธอจะใช้เคียวตัดเราครึ่งท่อนอย่างเลือดเย็น หากตอบถูก (สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น) เธอก็จะปล่อยเราไปถือว่าโบนัสไป 

ใครไปญี่ปุ่นฝากเซลฟี่ด้วยล่ะ



อันดับที่ 1

คุชิซาเกะอนนะ



คุชิซะเกะอนนะ หรือผีสาวปากฉีก ในสมัยก่อนเป็นเรื่องเล่าบอกต่อของญี่ปุ่นที่โด่งดังอย่างมาก ประวัติคร่าวๆของนางคือสามีหวงภรรยาเลยเอาดาบคาตานะของซามูไร ปาดปากของนางฉีกถึงหูแต่นางทนพิษบาดแผลไม่ได้จึงตายในที่สุดและกลายมาเป็นวิญญานออกตามล่าเหยื่อที่เป็นเด็ก นางจะใส่ผ้าปิดปากและถือกรรไกไม่ก็มีด พอนางได้เหยื่อที่เป็นเด็กแล้วนางจะถามเหยื่อว่า

"ฉันสวยไหม ?"

ถ้าบอกสวยนางจะเอาผ้าออกและเผยหน้าแบบปากฉีกสยดสยองออกมาและถามซ้ำว่า

"ตอนนี้ยังสวยอยู่ไหม?"

ถ้าบอกว่า "สวย" นางจะใช้มีดเฉือนปากของเด็กนั่นให้เหมือนนางเพราะเด็กยืนยันว่าสวยเราจึงต้องแบ่งปันความสวย

ถ้าบอกว่า "ไม่สวย"  ใครๆก็โกรธทั้งนั้นแหละที่ไปบอกผู้หญิงไม่สวยจริงไหม? นางจะใช้มีดหั่นเราจนตัวขาดครึ่งด้วยความโกรธ  

แต่ก็มีวิธีรอดอยู่โดยการพูดคาถาหนึ่งว่า โพโมโดะ 3 ครั้งใส่ นางก็จะยืนทื่อ จังหวะนั้นก็หนีได้เลย หรือจะบอกว่าเฉยๆปกติดีก็ได้ นางจะพอใจและเดินกลับไปแต่โดยดี

วันนี้เอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน จดแล้วอย่าลืมเอาไปทบทวนก่อนนอนด้วยล่ะ ขอให้โชคดีเจอผีทุกตัวเลยนะครับ

จาก ติวเตอร์ซัน