สวัสดีนักเรียนผู้รักเรื่องผีทุกคน ในวันนี้ติวเตอร์ซันจะมาแบ่งปันความรู้ที่หาได้ยากของญี่ปุ่นซึ่งต้องบอกเลยว่าญี่ปุ่นนั้นมีเรื่องราวที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเป็นร้อยๆเรื่อง ตอนนี้เรายกมาเพียงแค่ 7 เรื่องเท่านั้นติวเตอร์ของเรียกบทเรียนนี้ว่า
"7 เรื่องลึกลับแห่งเอโดะฮอนโจ"
ถ้านักเรียนพร้อมแล้วเตรียมปากกาดินสอขึ้นมาจดได้เลย
เรื่องที่ 1
อานาริ นาชิ โซบะ (ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งความมืด )
จากการเล่าบอกต่อกันมาเรื่อ
มีชายคนหนึ่งเดินทะเล่อทะล่
เรื่องที่กล่าวมาเป็นเรื่อง
ว่ากันว่าถ้าเราจุดโคมนี้แล
เรื่องที่ 2
อะชิอาไร ยาซิกิ (บ้านล้างตีน)
นานมาแล้วมีซามูไรนาม ซะเซะโคมิยามะ ได้ช่วยทานุกิตัวหนึ่งที่กำ ลังโดนรุมทำร้าย ก่อนจากกันทานุกิก็บอกกับซา มูไรเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใ จว่า "ระวังดีออกไกล้ตัวให้ดีนะจ ้ะ" แต่ซามูไรนี่ก็ไม่รู้ว่าดีอ อกไกล้ตัวนั้นเป็นใคร จริงๆแล้วที่บ้านที่เขาอาศั ยอยู่มีสาวใช้คนหนึ่งกำลังว างแผนกับสามีเพื่อที่จะฆ่าเ จ้าของบ้านเพื่อที่จะยึดสมบ ัติเสียเอง
ตั้งแต่นั้นมา หลังจากเหตุการณ์สยองขวัญนั้นก็จะมีเท้ายักษ์โชกเลือดย ื่นลงมาจากเพดานบ้านนั้นพร้ อมกับเสียงแผดกังวานบอกว่า "ล้างตีนซะ" และหากนำน้ำมาล้างให้ เท้านั้นก็จะชักกลับหายขึ้น ไปบนเพดานแล้วได้ใจยื่นเท้า ซ้ายลงมาให้ล้างอีกรอบ
ห่า ไม่มีเหตุผลอีกและ - -" (มันเกี่ยวไรกะล้างตีนฟร่ะ! )
ห่า ไม่มีเหตุผลอีกและ - -" (มันเกี่ยวไรกะล้างตีนฟร่ะ!
เรื่องที่ 3
โออิเตเกะโบริ (เอาคืนมา)
เรื่องนี้ถือว่าโด่งดังที่ส ุดในเรื่องลึกลับทั้ง 7 เรื่องมีอยู่ว่ามีชายคนหนึ่ งไปตกปลาพอได้มาสมใจแล้วก็เ ดินกลับบ้าน ระหว่างกับก็มีเสียงปริศนาพ ูดขึ้นมาว่า "เอาคืนมาซะ!" พอชายคนนั้นตกใจก็เลยรีบเดิ นกลับบ้านไป แต่พอถึงบ้านเท่านั้นแหละ ปลาที่เคยจับได้หายเลี้ยง!
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าคล ้ายในอำเภอคาวาโงเอะ จังหวัดไซตามะบ้านเกิดชินจั งด้วยเจอเหตุการแบบนี้เหมือ นกันเป๊ะ
เรื่องเหล่านี้ส่วนใหญ่ที่เ กี่ยวกับปลา หลายคนบอกว่าน่าจะเป็นการอว ตารของตัวนาก แต่บางคนก็เห็นเป็นรูปร่างข องผู้หญิงด้วย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าคล
เรื่องเหล่านี้ส่วนใหญ่ที่เ
ไม่มีเหตุผลอีกแล้ว
เรื่องที่ 4
โอคูริ โชชิน (โคมไฟนำทาง)
เรื่องมีอยู่ว่าคืนวันหนึ่ง ของฤดูใบไม้ผลิ ซามูไรดูท่าทางจะกินเหล้าอา ซากูซะ หรือโยชีวะระ เดินตุปัดตุเป๋ผ่านหน้าประต ูวัดโฮโองจิ ผู้ติดตามของซามูไรมันเป็นค นที่ขี้ขลาด นึกถึงเรื่องเล่าแถวๆนี้ก็เ ลยเกิดกลัวขึ้นมา แต่ซามูไรไม่ได้กลัวอะไร ยังคงเดินเมาเหล้าอยู่เหมือ นเดิม จู่ๆก็มีโคมไฟปรากฏขึ้นเบื้ องหน้า ผู้ติดตามรู้สึกใจกล้าขึ้นแ ละจ้องมองด้านหน้าก็เห็นว่า มีหญิงแต่งกายเหมือนคนรับใช้ยืนอยู่
"จะไปไหน?"
"ไปตรงโน้นค่ะ"
ผู้หญิงคุยไปนำทางไป
"ผมต้องขอตัวที่นี่"
"ดิฉันก็ต้องขอตัวที่นี่"
พอแยกทางกันไป คนติดตามของซามูไรก็หันไปมอ
แต่มันไม่น่ากลัวนะ เราควรขอบคุณเขามากกว่าว่าป
เรื่องที่ 5
ต้นอาชิซีกเดียว
เรื่องนี้เกี่ยวกับความรักท ี่ไม่สมหวังมีหญิงสาวคนหนึ่ งหน้าตาสวยมากกกก
(ดาราไทยปัจจุบันยังเทียบไม ่ได้) มีชายหลายคนหมายปองใจของหญิ งสาวแต่ก็โดนปฏิเสธเกลี้ยงแ ต่สำหรับชายผู้นี้แม่งหนักก ว่านั้น มันเป็นคนที่อยากได้อะไรต้อ งได้ ถ้าไม่ได้ก็ตายห่าไปซะ! มันได้ลักพาตัวหญิงสาวไปที่ สพานแห่งหนึ่งและลงมือฆ่าเธ อทันทีจากนั้นก็ตัดแขนไป 1 ข้างแล้วฝังไว้
มีตำนานเล่าลือต่อมาว่า บริเวณที่เธอตายนั้นมีต้นไม ้ชนิดหนึ่งงอกขึ้นมา
เรียกว่าต้นอาชิ ที่มีลักษณะใบลู่ไปด้านเดีย วเหมือนหญิงสาวแขนขาดที่โดน ตัดแขนไว้เหลือข้างเดียว ต่อมาก็ได้เปลี่ยนจากคำว่าอ าชิที่แปลว่าชั่วร้ายให้กลา ยเป็นโยชิที่แปลว่าดีงามแทน นั่นเอง
ตำนานนี้ก็ยังไม่มีเหตุผลอยมีตำนานเล่าลือต่อมาว่า บริเวณที่เธอตายนั้นมีต้นไม
เรียกว่าต้นอาชิ ที่มีลักษณะใบลู่ไปด้านเดีย
เรื่องที่ 6
เสียงเคาะระวังไฟ
ในคืนที่ฝนตกเป็นช่วงที่บรร ยากาศน่าหดหู่ยิ่งนักเสียงค นคุยกันดังสนั่นของพวกชาวบ้ านก็ถูกเสียงเม็ดฝนที่กระหน ่ำตกลงมาจนไม่ได้ยินอะไรเลย นอกจากฝน ตามปกติในเอโดะ จะมียามทำหน้าที่มาตรวจตราอ ยู่แถวๆหมู่บ้าน คอยเคาะไม้บอกเหมือนในหนังจ ีนว่า "อากาศแห้งแล้ง ระวังฟืนไฟ" ซึ่งคืนนั้นบรรยากาศวังเวงจ นน่ากลัว ระหว่างที่เคาะก็ได้ยินเสีย งเคาะแทรกขึ้นมา ยามเลยคิดว่าเราคงกลัวจนหลอ นไปเองมั้ง แต่พอเคาะไปได้ 3 ครั้ง ก๊อกๆๆ เสียงที่ 4 5 และ 6 ก็ดังตามมา ชิบผายกูไม่ได้เคาะ! ได้ยินแบบนั้นแล้วจะรอไรหละ เผ่นป่าราบสิพี่น้อง
เรื่องที่ 7
ทานุกิ บายาชิ (มโหรีทานุกิ)
เรื่องสุดท้ายนี้ไม่ได้น่าก ลัวอะไรมาก
ในภาคตะวันตกของเขตชิโยดะแล
เป็นยังไงกันบ้างครับ
จากที่ศึกษามาแล้วเรื่องราวส่วนใหญ่ไม่มีเหตุผลเลยจริงๆ เพราะความเชื่อและเรื่องราวเหนือธรรมชาติคือเรื่องที่บอกกันมาปากต่อปาก ไม่ได้ถูกพิสููจน์มาด้วยวิทยาศาสตร์มันจึงไม่มีเหตุผลยังไงล่ะครับ สำหรับบทความนี้ก็ไว้เพียงเท่านี้ก่อน เจอกันบทความหน้าครับ สวัสดีครับ
จาก ติวเตอร์ซัน










0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น